ห่วงช่วงร้อน-สงกรานต์เด็กจมน้ำตายพุ่ง

ผอ.สถาบันเพื่อการพัฒนาเด็ก ห่วงช่วงสงกรานต์ อัตราเด็กตายจากการจมน้ำพุ่ง แนะเพิ่ม 5 ทักษะให้เด็ก ช่วยรอดชีวิต ลอยตัว 3 นาที ว่ายถึงฝั่งให้ได้ 15 เมตร

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวห่วงสถานการณ์เด็กจมน้ำ ในช่วงฤดูร้อน โดยพบว่าอัตราการเสียชีวิตของเด็กจากการจมน้ำพบมากในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม และพบยอดการตายของเด็กสูงสุดของประเทศในช่วงระหว่าง 12-23 เมษายนของทุกปี

ทั้งนี้ สาเหตุมาจากเด็กไทย ขาดทักษะการช่วยเหลือตนเองจากจมน้ำ และการไม่รู้จักประเมินจุดเสี่ยง ซึ่งกลุ่มเด็กที่จมน้ำเสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในอายุระหว่าง 6-12 ปี สถานที่เกิดเหตุมักจะเป็นแหล่งน้ำในชุมชน อายุมากกว่า 12 ปี จะเสียชีวิตในแหล่งน้ำนอกชุมชน

รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาเด็กจมน้ำต้องเพิ่มทักษะ 5 ด้านให้เด็ก ทั้ง 1.รู้จักเลี่ยงเข้าใกล้จุดเสี่ยง 2.ฝึกลอยตัวในน้ำให้ได้อย่างน้อย 3 นาที

3.รู้จักการว่ายเข้าฝั่งให้ได้อย่างน้อย 15 เมตร เพราะสาเหตุของการจมน้ำ เด็กมักจะห่างจากฝั่งไม่มาก

4.รู้จักขอความช่วยเหลือ ทั้ง ตะโกน โยน ยื่น สิ่งของช่วยเหลือผู้อื่น

และ 5. ใส่เครื่องช่วยชีวิต เช่น ชูชีพ ในการเดินทางทางน้ำ ทั้งนี้ตั้งเป้าลดอัตราการจมน้ำเสียชีวิตในเด็กให้เหลือ 250 คนต่อปี จากปัจจุบัน 700 คนต่อปี

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางสถาบันฯได้ร่วมกับโรงเรียนสังกัด สพฐ.ฝึกอบรมครูและนักเรียนให้รู้จักป้องกันตนเองจากการจมน้ำและทำให้ชุมชนในพื้นที่ปรับ ตัว สร้างสถานที่หรือแหล่งน้ำที่เหมาะสมกับเด็ก โดยให้เด็กต้องเรียนรู้สถานที่ของตนเอง ป้องกันตนเองถูกต้อง รู้จักจุดเสี่ยง โดยพบว่าแหล่งน้ำของชุมชน มักขาดผู้ดูแล ต้องระวัง เพียงแต่ขณะนี้นโยบายการป้องกันตัว หรือสอนทักษะเด็กจมน้ำยังไม่แพร่หลาย และใช้ได้แค่บางโรงเรียนเท่านั้น